ประวัติความเป็นมาของวัดสร้อยทอง พระอารามหลวง
วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราว พ.ศ. 2394 เดิมมีชื่อว่า “วัดซ่อนทอง” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดสร้อยทอง” ในภายหลัง ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุสำคัญอย่าง “หลวงพ่อเหลือ” พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่รอดพ้นจากการถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าหากได้มากราบไหว้ จะช่วยให้มีเงินทองเหลือใช้ ปลอดภัยจากอุปสรรคทั้งปวง
นอกจากหลวงพ่อเหลือแล้ว วัดสร้อยทองยังเป็นที่เคารพนับถือจากศิษยานุศิษย์ทั่วสารทิศ ด้วยบารมีของ “หลวงพ่อสร้อย ขินตโม” อดีตเจ้าอาวาสเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและพุทธาคม สายมูและนักเสี่ยงโชคนิยมเดินทางมากราบสักการะร่างของท่าน และขอพรเปิดดวงชะตา ขอโชคลาภ การงาน และเลขเด็ดกันอย่างคึกคักไม่ขาดสาย
ข้อมูลพิกัดและการเดินทางไปวัดสร้อยทองอย่างละเอียด
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมากราบสักการะและอธิษฐานจิตขอโชคลาภ สามารถใช้ข้อมูลพิกัดการเดินทางด้านล่างนี้ได้ทันที
ที่อยู่: ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 น. – 18:00 น.
การเดินทาง:
เดินทางด้วยรถส่วนตัว: จากถนนประชาราษฎร์ สาย 1 มุ่งหน้าไปทางแยกบางโพ วัดสร้อยทองจะตั้งอยู่ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับสะพานพระราม 7 มีพื้นที่จอดรถภายในวัด
เดินทางด้วยรถไฟฟ้า / เรือโดยสาร: นั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน มาลงที่สถานีบางโพ แล้วต่อรถสองแถวหรือวินมอเตอร์ไซค์มายังตัววัด หรือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ “ท่าเรือวัดสร้อยทอง” ได้โดยตรง
วิธีการขอพรและขั้นตอนการขอหวย ณ วัดสร้อยทอง
ขั้นตอนการขอพร
สวดบทบูชาหลวงพ่อเหลือ จากนั้นตั้งจิตอธิษฐานบอกชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และขอพรเรื่องโชคลาภเงินทอง
เดินปิดทององค์หลวงพ่อเหลือและรูปเหมือนหลวงพ่อสร้อย พร้อมสวดมนต์น้อมจิตคิดถึงบุญกุศลเพื่อเปิดทางทรัพย์
ถวายสังฆทานหรือร่วมทำบุญค่าน้ำ-ค่าไฟวัด เพื่อเสริมดวงชะตาให้มีโชคลาภเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
